ผ่าคลอดต่างจากคลอดธรรมชาติอย่างไร

“การคลอด” ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญของคุณแม่ตั้งครรภ์ การคลอดในปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบ ได้แก่ การคลอดเองตามธรรมชาติ และการผ่าตัดคลอด ซึ่งการคลอดแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน คุณแม่มีสิทธิที่จะเลือกว่าจะคลอดแบบใด ซึ่งแพทย์มักจะให้คำแนะนำโดยคำนึงถึงพื้นฐานของความปลอดภัย

ทั้งนี้ แพทย์หรือพยาบาลผู้ดูคุณแม่ที่มาฝากครรภ์ก็มักจะให้คำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับการเลือกวิธีคลอด เมื่อคุณแม่เริ่มมาฝากครรภ์ แพทย์จะทำการตรวจครรภ์และซักประวัติเพื่อตรวจหาโรคประจำตัว รวมไปถึงการวินิจฉัยว่ามีภาวะความจำเป็นที่จะต้องทำการผ่าตัดคลอดหรือไม่ เช่น วางแผนไว้ว่าจะคลอดเอง แต่พบปัญหาว่าปากมดลูกไม่เปิดหรือเด็กตัวโตเกินไป ก็จำเป็นจะต้องทำการผ่าตัดคลอด เป็นต้น

รศ.นพ.พัญญู พันธ์บูรณะ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า…

ความแตกต่างของการคลอดธรรมชาติกับการผ่าคลอดนั้นไม่มีความแตกต่างกันมากนัก เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องการให้คุณแม่และลูกคลอดได้อย่างปลอดภัยที่สุด

สำหรับวิธีการคลอดธรรมชาติเป็นวิธีที่คุณแม่ส่วนใหญ่เลือกมากที่สุดและเป็นวิธีที่เจ็บตัวน้อยที่สุด เพราะไม่มีแผลพื้นตัวเร็ว ส่วนการผ่าตัดคลอดนั้น คุณแม่อาจไม่เจ็บเพราะต้องทำการวางยาสลบ เมื่อตื่นมาก็จะได้เห็นหน้าลูกเลย

ส่วนการผ่าตัดผ่านทางหน้าท้องก็จะมีแผลผ่าตัดยาวหน่อย และมีการพื้นตัวช้ากว่าคุณแม่ที่คลอดปกติ ทั้งยังอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดได้ เช่น การผ่าตัดอาจไปโดนอวัยวะข้างเคียง หรือแม้แต่ตัวเด็กเองอาจได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกันจากการลงมีดผ่าตัดได้ แน่นอนเป็นหน้าที่หลักของแพทย์ที่ต้องให้ความรู้แก่คุณแม่ก่อนว่า คลอดแต่ละแบบมีผลอย่างไร

พอเห็นคำว่า “แผลผ่าตัด” คุณแม่หลายคนคงเกิดอาการนอยด์กลัวว่าจะต้องมีแผลเป็นติดตัวไปตลอด ไม่ต้องเครียดค่ะ เพราะยุคนี้มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายที่เป็นตัวช่วยในเรื่องดูแลรอยแผลเป็น สำหรับคุณแม่ที่ใกล้คลอดแนะนำให้เตรียมซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลแผลหลังผ่าตัดหรือผ่าคลอดไว้รอเลย เช่น Hiruscar Silicone Pro โดยให้เริ่มใช้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของแผลเป็น คือหลังจากบาดแผลปิดสนิท

ขอบคุณข้อมูล ladyissue

อัพเดทข่าวสารของเราผ่านทาง LINE ฟรี
อัพเดทข่าวสารของเราผ่านทาง LINE ฟรี