มาลองแยก “ความอยาก” ออกจาก “ความหิว”

มาลองแยก “ความอยาก” ออกจาก “ความหิว”

เรื่องของความหิว เป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ บางคนทานอิ่มจนไม่รู้จะอิ่มอย่างไรแล้ว นั่งทำงานไปไม่ถึงชั่วโมง ก็รู้สึกหิวใหม่อีกครั้ง ทั้งที่ของเก่ายังจุกแน่นคอหอยอยู่เลย ก็เลยเป็นที่สงสัยว่า จริง ๆ แล้วร่างกายของเราต้องการพลังงานเพิ่มอีกหรือไม่ หรือเป็นแค่ความอยากเท่านั้น ลองมาดูคำตอบกัน

มาลองแยก “ความอยาก” ออกจาก “ความหิว”

ขาดพลังงานที่แท้จริง
เมื่อร่างกายมีพลังงานที่น้อยลงจนเริ่มรู้สึกว่าขาดพลังงาน จนเป็นเหตุให้มีการส่งสัญญาณเตือนออกมาที่ร่างกายว่าต้องรีบหาอะไรมาเติมพลังงานโดยด่วน สัญญาณทั่วไปที่พบเห็นคือ เวียนศีรษะ อ่อนแรง หน้ามืด ท้องร้องเสียงดัง เมื่อทานอาหารเข้าไปก็จะดีขึ้นโดยไม่ต้องทานยาอะไรเลย

การจัดลำดับความหิว
จริง ๆ แล้วคนเราควรมีมาตรวัดความหิวเป็นของตัวเอง โดยให้เลข 1 แทนความหิวในแบบหิวที่สุด ส่วนเลข 10 ก็คือการอิ่มที่เรียกว่าอิ่มจัด อิ่มจนหายใจไม่ออกหรือไม่สามารถทำอะไรได้สะดวกจนกว่าจะย่อย การที่ร่างกายเริ่มขาดพลังงานจนมีเสียงท้องร้องออกมาเป็นสัญญาณเตือนเบา ๆ นั้น นับว่าอยู่ในเลข 3-4 หากเราเลือกทานอาหารในช่วงที่ขาดพลังงาน ก็จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานแบบพอดี ๆ คืออยู่ในช่วงเลข 6-8 แต่ถ้าเราปล่อยให้พลังงานในตัวเองลดลงไปต่ำสุด เมื่อถึงเวลาทานอาหารก็จะทานทุกอย่างที่ขวางหน้า สั่งแล้วสั่งอีกไม่หยุดเสียที และผลสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการพุ่งจากเลข 1 ไปถึงเลข 10 นั่นเอง

เมื่อไรก็ตามที่ร่างกายรู้สึกหิว ก็อย่าลืมลองเช็คสัญญาณก่อนว่า เป็นการหิวเพราะขาดพลังงานจริง ๆ หรือไม่ และอย่าลืมเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ จะช่วยให้ร่างกายสามารถควบคุมน้ำหนักได้ตามที่ต้องการ

และที่สำคัญเลย สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำหนักเกินอยู่ล่ะก็ อย่าลืมหมั่นออกกำลังกายกันด้วยล่ะ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญไขมันและช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดีนั่นเอง

บทความจาก: healthandtrend