ลดหน้าท้องง่ายๆ ด้วยการเลือกกินเมนูช่วยลดไขมัน

ลดหน้าท้องง่ายๆ ด้วยการเลือกกินเมนูช่วยลดไขมัน

ไขมันหน้าท้องไม่เพียงแต่จะทำให้เพื่อนๆ มีปัญหากับเสื้อผ้าที่สวมใส่เท่านั้น แต่ยังทำให้ความมั่นใจลดน้อยลงอีกด้วย ในบทความนี้สดสวยมีอาหารที่ทานแล้วจะช่วยลดไขมันหน้าท้องมาฝากกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

อะโวคาโด

ลดหน้าท้องง่ายๆ ด้วยการเลือกกินเมนูช่วยลดไขมัน

สำหรับอาหารลดหน้าท้อง อะโวคาโดจัดเป็นอาหารที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว เนื่องจากมีการค้นพบว่าไขมันอิ่มตัวชนิดเดี่ยวที่มีอยู่ในอะโวคาโด สามารถช่วยลดหน้าท้องลงได้มากกว่าเมื่อเทียบกับการบริโภคอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่เท่ากันแต่ไม่มีไขมันตัวนี้อยู่ด้วย ซึ่งก็เป็นเพราะว่าไขมันไม่อิ่มตัวชนิดเดี่ยวจะช่วยลดการสะสมของไขมันลงได้นั่นเอง

ชาเขียว

ลดหน้าท้องง่ายๆ ด้วยการเลือกกินเมนูช่วยลดไขมัน

ชาเขียวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการละลายไขมันในร่างกายคุณ เพราะการดื่มชาเขียว 3 ถ้วยต่อวัน จะช่วยกระตุ้นให้กระบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกายทำงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งสารอีจีวีจีที่มีอยู่ในชาเขียวจะเผาผลาญไขมันในร่างกายคุณได้ถึงวันละ 30 แคลอรี่ หรือทำให้น้ำหนักลดลงได้ถึงปีละ 1.4 กิโลกรัมเลยทีเดียว

โยเกิร์ต

ลดหน้าท้องง่ายๆ ด้วยการเลือกกินเมนูช่วยลดไขมัน

การกินโยเกิร์ตเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดหน้าท้องได้เป็นอย่างดี ด้วยโยเกิร์ตชนิดเข้มข้นที่จะช่วยให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้มีการเจริญเติบโตเพิ่มมากขึ้น และช่วยให้จุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของไขมันส่วนเกินที่หน้าท้องลดน้อยลง หรือลองปรับสมดุลการขับถ่ายใหม่ด้วย Combif AR อาหารเสริมจุลินทรีย์สุขภาพโปรไบโอติก ช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ชนิดดีในทางเดินอาหาร  โดยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ชนิดดีให้มีปริมาณที่มากพอ ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ตามนี้เลยค่ะ

ข้าวสาลี

ลดหน้าท้องง่ายๆ ด้วยการเลือกกินเมนูช่วยลดไขมัน

โฮสวีตเป็นทางเลือกที่ดีกว่าธัญพืชขัดสี เมื่อต้องการให้ไขมันหน้าท้องลดน้อยลง เนื่องจากในข้าวสาลีปริมาณแค่ครึ่งถ้วยจะมีไฟเบอร์อยู่มากถึง 4 กรัมเลยทีเดียว ซึ่งก็จะทำให้อินซูลินในร่างกายลดน้อยลงได้และมีผลให้เซลล์ไขมันลดลงไปด้วย  นอกจากนี้แล้วหากเทียบกับธัญพืชอื่น ๆ ข้าวสาลีมีปริมาณแคลอรี่ที่น้อยกว่า 76 แคลอรี่เลยเชียวนะ


การลดไขมันหน้าท้องไม่ใช่เรื่องยากเย็นจนเกินไปนัก เพียงแต่ปรับเปลี่ยนนิสัยการกินนิดหน่อยเท่านั้นเอง เท่านี้เพื่อนๆๆ ก็สลายไขมันส่วนเกินได้แล้ว

บทความจาก: healthandtrend.com